เวลาขณะนี้
Ulti Clocks content
สถิติผู้เข้าเยี่ยม
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้242
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้1551
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้5866
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว9515
mod_vvisit_counterเดือนนี้29297
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว21690
mod_vvisit_counterรวมทั้งหมด291849

Online (20 minutes ago): 18
IP ของคุณ : 54.198.246.164
,
วันนี้ : Jul 24, 2019

PostHeaderIconโครงงาน: พื้นฐานของการวิจัย

                                                                 โครงงาน: พื้นฐานของการวิจัย

                                                                                                                                                              ดร.กนกรัตน์ ศรีวิจิตร์

วันหนึ่งผู้เขียนได้มีโอกาสไปเป็นกรรมการสอบวิทยานิพนธ์หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นของนักศึกษาในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา  ขากลับได้พูดคุยกับเพื่อนอาจารย์ท่านหนึ่งถึงเรื่องการวิจัย ซึ่งท่านกรุณาได้ให้ข้อคิดเปรียบเทียบให้เห็นความต่างระหว่างมหาวิทยาลัยที่เน้นการวิจัยและมหาวิทยาลัยที่เน้นการสอนเป็นหลัก ทำให้ผู้เขียนนึกถึงการสอนโครงงานในโรงเรียนซึ่งกระบวนการที่นักเรียนได้รับการปลูกฝังก็คือพื้นฐานของการวิจัย โดยที่คุณครูหลายท่านมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนในหลายประเด็น อันนำไปสู่การละเลยต่อการสอนให้ผู้เรียนฝึกคิดวิเคราะห์สังเคราะห์ (ซึ่งเป็นมาตรฐานหนึ่งในการประกันคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ) และการปลูกฝังสาระพื้นฐานของการวิจัยอย่างผิดเพี้ยนให้แก่ผู้เรียน เช่น เรื่องตัวแปรอิสระและตัวแปรตาม  เป็นต้น เพื่อให้นักศึกษาและผู้อ่านมีความเข้าใจอย่างถูกต้อง ผู้เขียนจึงใคร่จะขออธิบายถึงสองประเด็นดังกล่าว

ประเด็นแรก การสอนโครงงานเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ในทุกๆวิชา (มิใช่ทุกกลุ่มสาระวิชา )หรือเฉพาะในบางวิชา เช่น วิชาวิทยาศาสตร์ คหกรรมศาสตร์(โครงงานอาหาร) ฯ อย่างที่คุณครูหลายท่านเข้าใจ เนื่องจากการสอนให้นักเรียนทำโครงงานไม่จำเป็นต้องจำกัดวงแคบอยู่ที่การทดลองหรือการประดิษฐ์คิดค้นสิ่งต่างๆเท่านั้น หากเทียบเคียงการทำโครงงานกับการทำวิจัย เราจะสามารถแบ่งโครงงานได้ 4 ประเภทด้วยกัน คือ (1) โครงงานสำรวจ (2) โครงงานทดลอง (3)โครงงานประดิษฐ์ และ (4) โครงงานแบบบูรณาการ ระหว่างโครงงานแบบ (1) , (2) หรือ แบบ (3) เข้าด้วยกัน ซึ่งคุณครูผู้สอนจำเป็นต้องให้ข้อเสนอแนะในการเลือกทำโครงงานตามความสามารถ ความถนัดและความสนใจของผู้เรียน ตลอดจนตามลักษณะเนื้อหาวิชา อย่างไรก็ดี ในการออกแบบโครงงานหลายๆเรื่อง คุณครูสามารถบูรณาการสาระความรู้ต่างๆได้อย่างหลากหลาย อาทิ การจัดทำโครงงานศึกษา (สำรวจ)อาหารในวรรณคดีไทย นอกจากผู้เรียนจะได้รับความรู้ในวิชาภาษาไทย โภชนาการ และประวัติศาสตร์แล้ว ผู้เรียนยังจะได้รับความรู้ด้านแพทย์แผนไทยจากสมุนไพรที่ใช้ในการประกอบอาหาร เป็นต้น ทั้งนี้การเสนอแนะประเภทของโครงงานอาจต้องพิจารณาที่ความสามารถ ระดับสติปัญญาและความเพียรของผู้เรียนด้วย

ประเด็นที่สอง ผู้เขียนใคร่ขอกล่าวถึงสาระความรู้พื้นฐานด้านการวิจัยที่ผู้เรียนได้รับการปลูกฝังอย่างไม่ถูกต้องต่อๆกันมา ดังจะขอยกตัวอย่างการบรรยายให้ความรู้ของท่านวิทยากรท่านหนึ่งที่มีประสบการณ์ในการสอนโครงงานแก่เด็กๆในชั้นประถมศึกษา ซึ่งได้เล่าถึงประสบการณ์การสอน โดยท่านวิทยากรอธิบายตัวอย่างการสอนเรื่องพลังงานเสียงแก่ผู้เรียนว่า ในสถานการณ์ที่มีการควบคุมแรงลม (โดยการปิดพัดลมและปิดหน้าต่าง) ตนเองนำขวดพลาสติกมาวางในทิศทางที่ตรงกับเปลวเทียน เมื่อให้นักเรียนเคาะที่ก้นขวดและปรับระยะห่างระหว่างขวดกับเปลวเทียนให้เหมาะสม  จะสามารถทำให้เปลวเทียนดับลง ในขณะที่ผู้สอนสรุปว่าแรงสั่นสะเทือนของเสียงทำให้เปลวเทียนดับ แต่กลับสอนผู้เรียนว่าขวดพลาสติกเป็นตัวแปรอิสระ ทั้งที่โดยความเป็นจริง เปลวเทียนจะดับลงหรือไม่มิได้ขึ้นอยู่กับขวด หากแต่ขึ้นอยู่กับแรงสั่นสะเทือนของเสียงที่เกิดจากการเคาะขวด ทั้งนี้ แรงสั่นสะเทือนของเสียงที่ไปกระทบกับเปลวเทียนจะมีมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับระยะการเดินทางของเสียง (ระยะห่างระหว่างขวดกับเปลวเทียน) ด้วย

ตัวแปรอิสระ (independent variables ) เป็นสิ่งที่ส่งผลหรือมีอิทธิพลต่อตัวแปรตาม (dependent variables ) ดังนั้นขวดพลาสติกจากการทดลองในข้างต้นจึงเป็นเพียงเครื่องมือหรือนวัตกรรมที่ใช้ในการสอนเท่านั้น ในทำนองเดียวกัน ผู้เขียนเคยได้รับฟังการบรรยายจากอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่ประสงค์จะให้คุณครูทำวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน ซึ่งท่านกล่าวว่าหนังสือที่ท่านมอบให้เป็นคู่มือในการทำวิจัยแก่คุณครูคือตัวแปรอิสระ ทั้งที่โดยความเป็นจริงหนังสือดังกล่าวเป็นเพียงเครื่องมือหรือนวัตกรรมที่ท่านสร้างขึ้นประกอบการสอนและการทำวิจัยแก่คุณครู ผู้เขียนจึงไม่แปลกใจเลยที่ปัจจุบันวิทยาการวิจัยในประเทศไทยไม่มีความก้าวหน้าเท่าที่ควรเมื่อเปรียบเทียบกับการวิจัยของประเทศเพื่อนบ้าน เพราะแม้แต่ผู้มีตำแหน่งวิชาการที่มหาวิทยาลัยจากส่วนกลางคัดเลือกมาเป็นผู้ให้ความรู้แก่คุณครู ก็ยังมีความสับสนต่อความรู้ความเข้าใจขั้นพื้นฐานของการวิจัย ทั้งนี้ ผู้ทรงความรู้และมีประสบการณ์ในการวิจัยด้านสังคมศาสตร์ (สุชาต ประสิทธิ์รัฐสินธุ์, 2550; อวยพร เรืองตระกูล, 2553) ต่างกล่าวว่า ตัวแปรคือคุณสมบัติของสิ่งที่เราศึกษา ตัวแปรจึงย่อมไม่ใช่วัตถุ ดังนั้นถึงเวลาหรือยัง ที่ท่านคณะกรรมการปฏิรูปการศึกษา หน่วยงานทางการศึกษาและหน่วยงานด้านการวิจัยจะต้องร่วมมือกันปฏิรูปการเรียนการสอนและการจัดการความรู้ด้านการวิจัยให้ถูกต้อง โดยเริ่มต้นเสียตั้งแต่การสอนโครงงานในชั้นประถมศึกษา ?

                                                                         เอกสารอ้างอิง

สุชาต ประสิทธิ์รัฐสินธุ์. (2550). การวิจัยด้านสังคมศาสตร์. กรุงเทพฯ: ห้างหุ้นส่วนจำกัดสามลดา.

อวยพร เรืองตระกูล. (2553). ตัวแปรและสมมติฐาน. สืบค้นเมื่อ 24 มกราคม, 2554, จาก  http://www. rlc nrct.go.th/ewt_dl.php?nid=576

 

Comments  

 
0 #1 จิิตติรัตน์ ปากวิเศ 2012-12-16 14:45
ตัวแปรอิสระคือเ หตุผลแบบสมมุติฐ านใช่หรือไม่คะ
Quote
 

Add comment


Security code
Refresh