เวลาขณะนี้
Ulti Clocks content
สถิติผู้เข้าเยี่ยม
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้1129
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้1117
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้1129
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว9191
mod_vvisit_counterเดือนนี้29175
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว42319
mod_vvisit_counterรวมทั้งหมด368763

Online (20 minutes ago): 3
IP ของคุณ : 18.207.136.184
,
วันนี้ : Sep 22, 2019

PostHeaderIconดร.อัมเพทการ์ มหาบุรุษผู้ไม่มีวันตาย

ดร.อัมเพทการ์ มหาบุรุษผู้ไม่มีวันตาย

ศ. สมุทรสงคราม

ดร.อัมเพทการ์ คือใคร? หากไม่นับชาวอินเดียและพุทธศาสนิกชนจำนวนหนึ่ง หลายท่านที่ชอบศึกษาเกี่ยวกับการสู้ชีวิต จำพวกการต่อสู้กับการเหยียดสีผิว  การแบ่งชนชั้นวรรณะ หรือความลำบากแร้นแค้น น่าที่จะรู้จักท่านผู้นี้เป็นอย่างดี ในขณะที่อาจมีผู้คนอีกมากมายซึ่งมิได้ให้ความสนใจกับเรื่องดังกล่าวไม่เคยได้ยินชื่อเสียงของท่านมาก่อนเลย  ดร.อัมเพทการ์ ผู้ควรค่าแก่การยกย่องและถือเป็นแบบอย่างแก่ชาวโลก ทั้งในด้านการศึกษาเล่าเรียนและการต่อสู้เพื่อตนเองและมวลมนุษยชาติ  เช่นเดียวกับผู้เขียน ที่โดยปกติวิสัยจะชอบอ่านหนังสือตั้งแต่เด็ก เนื่องจากวัยซึ่งห่างจากพี่ๆมากทำให้ต้องอาศัยหนังสือเป็นเพื่อนมาตลอด แต่ผู้เขียนกลับรู้สึกไม่คุ้นกับชื่อของดร.อัมเพทการ์ผู้นี้ อาจเป็นไปได้ว่าในช่วงวัยเด็ก วัยรุ่น และวัยผู้ใหญ่ เรามักจะอ่านหนังสือต่างประเภทกัน และเมื่อกาลเวลาเปลี่ยน ความทรงจำย่อมเปลี่ยนไป รวมทั้งเมื่อวัยเปลี่ยนแปลง ความคิดอ่านก็ย่อมเปลี่ยนแปลงไปด้วย  ณ ปัจจุบัน ในทรรศนะของผู้เขียน นอกเหนือจากด้านสังคมและการเมืองแล้ว นามของภีมราว รามชี อัมเพทการ์ (Bhimrao Ramji Ambedkar) รัฐบุรุษของอินเดีย คือผู้ทรงคุณค่าในทางการศึกษาและพุทธศาสนาของโลกทีเดียว ผู้เขียนมีเหตุผลใด? ที่กล่าวยกย่องท่านผู้นี้


ดร.อัมเพทการ์ถือกำเนิดจากวรรณะจัณฑาลหรืออธิศูทร เป็นบุตรคนที่ 14 ในครอบครัวที่ยากจน และกำพร้าแม่  ตลอดชีวิตในวัยเด็กของท่านผู้นี้จึงเต็มไปด้วยความขัดสน แร้นแค้น ถูกดูหมิ่นเกลียดชังและเหยียดหยามจากบุคคลต่างวรรณะอยู่เสมอ เช่น ขณะที่อยู่ในโรงเรียน แม้จะกระหายน้ำเพียงใดเขาก็ไม่สามารถตักน้ำดื่มเองได้ เพราะเพื่อนและครูซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในวรรณะพราหมณ์ต่างเกรงว่าความเป็นจัณฑาลของเขาจะทำให้เกิดสิ่งอัปมงคลแก่บ่อน้ำ  เพื่อนและครูจะไม่เข้าใกล้และแตะต้องสมุดหนังสือของเขา  เพราะข้อห้าม ความรังเกียจจากการยึดมั่นถือมั่นต่อหลักคำสอนเรื่องชนชั้นที่พวกเขามีต่อผู้ซึ่งอยู่ในวรรณะต่ำสุด  อย่างไรก็ดี แม้ดร.อัมเพทการ์จะโชคร้ายเรื่องกำเนิดความเป็นมา แต่ก็โชคดีที่บิดาสนับสนุนให้ได้มีโอกาสเรียนหนังสือ ความต้อยต่ำในสังคมและความยากลำบากที่เขาได้รับจึงกลายกลับเป็นแรงผลักดันให้เขาเกิดความมุ่งมั่นในการเรียน เพราะเชื่อว่าการศึกษาเท่านั้นที่จะทำให้ตนเองได้รับการยอมรับจากสังคม

ด้วยความอดทนและความมุมานะในการเรียนทำให้ดร.อัมเพทการ์ในวัยเด็กมีผลการเรียนดีเยี่ยม จึงได้รับการสนับสนุนจากคุณครูผู้มีใจอารีท่านหนึ่งคอยให้ความช่วยเหลือ ให้เปลี่ยนนามสกุลเดิมที่บ่งบอกถึงวรรณะมาใช้นามสกุล “อัมเพทการ์” ซึ่งเป็นนามสกุลของท่าน และได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยบอมเบย์ (มุมไบ) แต่เมื่อความลับเรื่องชาติกำเนิดถูกเปิดเผย เขายังคงได้รับการดูหมิ่นเหยียดหยามจากเพื่อนและอาจารย์เช่นเดิม อย่างไรก็ตาม ด้วยจิตใจที่เข้มแข็ง ในที่สุดดร.อัมเพทการ์สามารถสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยบอมเบย์  ต่อมาภายหลังดร.อัมเพทการ์ ได้รับทุนการศึกษา และได้เข้าศึกษาต่อ ณ มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ประเทศสหรัฐอเมริกา จนกระทั่งจบการศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอกภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี  เมื่อกลับจากประเทศสหรัฐอเมริกาสู่มาตุภูมิ ดร.อัมเพทการ์ได้สมัครเป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ทั้งที่จบการศึกษาถึงระดับปริญญาเอก เขาก็ยังคงได้รับการดูถูกเหยียดหยามจากเพื่อนอาจารย์ต่างวรรณะ ดร.อัมเพทการ์ต้องอดทนสอนหนังสือท่ามกลางผู้ที่ไม่ยอมรับ เมื่อเก็บเงินได้จำนวนหนึ่ง จึงเดินทางไปศึกษาต่อด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศอังกฤษ และยังได้ศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกอีก 2 สาขา รวมแล้ว ดร.อัมเพทการ์เรียนจบปริญญาเอกถึง 3 สาขา และจบปริญญาทุกระดับจากมหาลัยบอมเบย์ มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย และมหาวิทยาลัยลอนดอน มากกว่า 7 สาขาวิชา ซึ่งถือเป็นสิ่งยากยิ่งสำหรับบุคคลธรรมดาโดยทั่วไปที่จะมุมานะกระทำได้เช่นนี้

ภายหลังจากการกลับสู่อินเดียเมื่อจบการศึกษาในคราวนี้ ดร.อัมเพทการ์ได้อุทิศตนให้กับงานด้านความยุติธรรม เป็นปากเสียงให้กับชนจัณฑาลจนมีชื่อเสียงโด่งดัง ความรู้และประสบการณ์ในฐานะนักกฎหมาย นักรัฐศาสตร์ และนักเศรษฐศาสตร์ ทำให้บทความที่เขาเขียนต่อต้านเรื่องวรรณะมีความแยบคายเป็นเหตุเป็นผล และเป็นที่นิยมชื่นชอบแก่ผู้ไม่เห็นด้วยกับระบบวรรณะของอินเดีย  จนในที่สุดดร.อัมเพทการ์สามารถชักนำชาวอินเดียนับแสนคนให้หันมานับถือศาสนาพุทธแทนศาสนาฮินดู  เนื่องจากพระพุทธองค์มิได้ทรงบัญญัติเรื่องชนชั้นหรือความต่างของมนุษย์จากตระกูลหรือแหล่งกำเนิดใดๆ ผู้นับถือพุทธศาสนาทุกคนจึงมีความเป็นไท พุทธศาสนาในอินเดียกลับมารุ่งเรืองอีกครั้งด้วยความทุ่มเทในการศึกษาค้นคว้าและเผยแผ่ของเขา ต่อมาเมื่อประเทศอินเดียได้รับเอกราชจากประเทศอังกฤษ ดร.อัมเพทการ์ได้ผันตนเองลงสู่เวทีการเมืองในนามพรรคกรรมกรอิสระซึ่งเขาเป็นผู้ก่อตั้ง และภายหลังการเลือกตั้งเขาได้รับเชิญให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นอกจากนี้เขายังมีโอกาสได้เป็นประธานร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกของประเทศอินเดีย โอกาสดังกล่าวนี้ทำให้ดร.อัมเพทการ์สามารถล้มเลิกระบบวรรณะของอินเดียได้ โดยการตราเป็นบทบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ

นอกจากผลงานการปฏิรูปสังคมและการเมืองดังได้กล่าวมาแล้ว ในด้านการศึกษาดร.อัมเพทการ์เป็นผู้บุกเบิกการศึกษาสำหรับผู้ด้อยโอกาสในอินเดียให้กับชนจัณฑาล เขาได้จัดตั้งวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยซึ่งชนชาวอินเดียทุกวรรณะสามารถเข้าเรียนได้อย่างเสมอภาค อาทิ มหาวิทยาลัยสิทธัตถะ มหาวิทยาลัยมิลินทะ ฯลฯ จึงกล่าวได้ว่าดร.อัมเพทการ์มิได้แสวงหาความรู้เพื่อใช้การศึกษาเป็นบันไดไปสู่ความสำเร็จให้กับตัวของเขาเองเท่านั้น เขาผู้ปรียบประดุจพระโพธิสัตว์ของพุทธศาสนิกชนชาวอินเดียและเป็นประดุจบิดาของชนจัณฑาล คือผู้หยิบยื่นความรู้และโอกาสในชีวิตให้กับผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาสจำนวนมหาศาลของอินเดีย ดร.อัมเพทการ์จึงมิใช่บุคคลตัวอย่างในการต่อสู้ชีวิตเพื่อให้ได้มาซึ่งโอกาสและความเป็นมนุษย์เยี่ยงบุคคลในวรรณะสูงเท่านั้น การที่มีผู้หยิบยกนำผลงานในทุกๆด้านและคุณูปการอันยิ่งใหญ่ต่อพี่น้องร่วมชาติของเขามากล่าวดังที่ผู้เขียนได้ศึกษามา ชี้ให้เห็นว่าแม้ดร.อัมเพทการ์จะล่วงลับไปเป็นเวลานานถึงห้าสิบกว่าปีแล้ว เขายังคงเป็นวีรบุรุษซึ่งไม่เลือนไปจากความทรงจำของพุทธศาสนิกชนและชาวโลกที่ได้เรียนรู้ประวัติการต่อสู้เพื่อมวลมนุษยชาติอีกตราบนาน ดร.อัมเพทการ์ มหาบุรุษแห่งอินเดียผู้ไม่มีวันตาย

Last Updated (Tuesday, 17 January 2012 16:13)

 

Comments  

 
0 #13 Jasoncah 2019-07-28 22:07
kamagra gel oral
Quote
 
 
0 #12 Kiacah 2019-07-27 10:35
buy kamagra
Quote
 
 
0 #11 Dencah 2019-07-26 17:10
buy kamagra
Quote
 
 
0 #10 Eyecah 2019-07-26 12:35
buy kamagra
Quote
 
 
0 #9 Jasoncah 2019-07-24 11:15
kamagra online
Quote
 
 
0 #8 Kiacah 2019-07-23 02:22
kamagra 50mg
Quote
 
 
0 #7 Eyecah 2019-07-22 04:13
kamagra
Quote
 
 
0 #6 Dencah 2019-07-19 22:43
kamagra oral jelly
Quote
 
 
0 #5 Eyecah 2019-07-18 19:44
kamagra 100mg
Quote
 
 
0 #4 Jasoncah 2019-07-12 02:38
kamagra
Quote
 
 
+1 #3 จิิตติรัตน์ ปากวิเศ 2012-12-09 11:02
คนที่หยิบยื่นโอ กาสให้ผู้อื่นโด ยไม่คิดว่าจะได้ อะไร นั้นแหละประเสริ ฐจริง
Quote
 
 
0 #2 ศลิษา จันทร์วรรณ์ 2012-10-11 19:37
ศาสนาทุกศาสนาสอ นให้ทุกคนเป็นคน ดี แต่ การสืบทอดเจตนา การปฏิบัติ อาจจะบิดเบียน เกิดจากความรู้ไ ม่ทัน อาจจะสื่อสิ่งที ่พระพุทธองค์เพี ้ยนไปบ้าง โดยเนื้อแท้ ทางสายกลางของพร ะพุทธองค์นั้น มิทรงให้ยึดติด สงบร่มเย็น และ เป็นตัวเรา อยู่กับธรรมชาติ และความเป็นจริง ให้มากที่สุด มีน้อยใช้น้อย อยู่พอมีพอกิน ส่วนคนมีมาก จะใช้จ่าย ให้รูความต้องกา ร และความจำเป็นแห ่งตน ไม่ควรใช้เกินตั ว มีความเมตตา ให้กับผู้คนรอบข ้าง ความสุขที่แท้จร ิงไม่มี แต่เราสามารถสร้ างความสงบร่มเย็ นภายในใจของเราไ ด้เสมอ คือ การยอมรับความจร ิง มีปัญหาให้แก้ที ่ต้นเหตุแห่งทุก ข์ มีความสุขก็เตรี ยมใจ ว่าเดี๋ยวความทุ กข์ก็มา ฝึกสติ ไม่ยินดียินร้าย เข้าใจธรรมชาติใ นความเป็นมนุษย์ ก็จะไม่ทุกข์ การฝึกสมาธิ เป็นคุณวิเศษ สะสมบุญเพื่อญาณ หยั่งรู้ สะสมไปเรื่อย ๆ จะสามารถมีประสา ทสัมผัสที่ หก สิ่งนี้ ไม่ได้มีอำนาจ เหนือมนุษย์ แต่ เมื่อถึงเวลา จะมีเทพสังหรณ์ มาคอยบอกสถานะกา รณ์ต่าง ๆ หรือในความรู้สึ ก ได้อย่างน่าอัศจ รรย์
Quote
 
 
0 #1 ชัชชา ฉัตรชัยโพธิ์ทอ 2012-10-11 19:27
มนุษย์ในยคนี้ที ่จะเป็นผู้ให้โด ยปราศจากสิ่งตอบ แทนหายากครับ
Quote
 

Add comment


Security code
Refresh