เวลาขณะนี้
Ulti Clocks content
สถิติผู้เข้าเยี่ยม
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้145
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้97
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้1106
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว925
mod_vvisit_counterเดือนนี้3573
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว2119
mod_vvisit_counterรวมทั้งหมด238286

Online (20 minutes ago): 8
IP ของคุณ : 54.157.61.68
,
วันนี้ : May 25, 2019

PostHeaderIcon นานาสาระ- ทรรศนะ


PostHeaderIcon อนาคตกับกรรมปัจจุบัน

                                                                อนาคตกับกรรมปัจจุบัน

                                                                                                                                                                 ศ.สมุทรสงคราม

โดยปกติผู้เขียนจะมีเวลาอยู่บ้านน้อยมากเนื่องจากภาระงานและภารกิจส่วนตัว กว่าจะกลับถึงบ้านก็เป็นเวลาเย็นหรือค่ำ ทำให้ไม่ค่อยเห็นความเป็นไปรอบๆบ้าน ช่วงที่ผ่านมาตรงกับปิดเทอม วันหนึ่งเวลาบ่าย เมื่อผู้เขียนจอดรถเตรียมจะเลี้ยวรถเข้าบ้าน มีเด็กๆแถวบ้านขี่จักรยานเล่นอยู่หน้าบ้านของผู้เขียนซึ่งอยู่ตรงข้ามกับบ้านที่กำลังมีการต่อเติมบ้านอยู่ ผู้เขียนสังเกตว่าตรงประตูรั้วด้านในของบ้านดังกล่าวมีเด็กน้อยลูกของคนงานก่อสร้าง อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเด็กที่ขี่จักรยานกำลังมองดูเพื่อนร่วมโลกขี่จักรยานด้วยความสนใจ ซึ่งผู้เขียนทราบภายหลังว่าเด็กลูกของคนงานมีชื่อเล่นว่า “โก๊ะ” ผู้เขียนรู้สึกสงสารเจ้าหนูโก๊ะจับใจ เพราะเหตุใด? โก๊ะจึงไม่มีจักรยานขี่เล่น ทำไม? โก๊ะจึงเกิดมาเป็นลูกคนงานที่มีรายได้พอเลี้ยงตัวและครอบครัวไปวันๆ ไม่สามารถซื้อของเล่นแพงๆให้โก๊ะได้  ในเมื่อเป็นชาวพุทธ ก็ต้องเชื่อเรื่องกรรมเป็นธรรมดา และถึงจะเคยฝึกสมาธิมาบ้าง ผู้เขียนก็ไม่สามารถหยั่งรู้ได้ว่ากรรมใดทำให้โก๊ะเกิดมาต้อยต่ำ แต่ผู้เขียนเชื่อว่ากรรมปัจจุบันจะส่งผลให้โก๊ะเติบโตและเจริญก้าวหน้าในอนาคตได้ เพราะเหตุใด? ผู้เขียนจึงคิดเช่นนั้น

 ทุกๆวันที่ผู้เขียนมีโอกาสอยู่บ้าน ก็มักจะได้ยินเสียงโก๊ะเอ็ดน้อง โก๊ะช่วยแม่เลี้ยงน้องขณะที่แม่กับพ่อทำงาน โก๊ะไม่เคยเกเร ไม่พาน้องออกมาเล่นนอกรั๊วให้พ่อแม่เป็นห่วง เวลามีรถขายของวิ่งเข้ามาในซอย โก๊ะก็จะร้องรายงานแม่และเพื่อนคนงานของแม่ว่า “กับข้าวมาแล้ว ” โก๊ะมีสัมมาคารวะ เมื่อผู้เขียนขอดูตัวชัดๆ(เพราะที่ผ่านมาประตูรั๊วบัง) โก๊ะก็ยกมือสวัสดีโดยผู้ใหญ่ไม่ต้องบอก เจ้าของบ้านฝั่งตรงข้ามเล่าให้พี่สาวของผู้เขียนฟังว่า โก๊ะพูดเพราะ เวลาที่ปวดปัสสาวะ โก๊ะก็กล่าวขออนุญาตเข้าห้องน้ำกับเจ้าของบ้านด้วยวาจาอันไพเราะ และเกือบทุกครั้งที่พี่สาวของผู้เขียนซื้อผลไม้หรือแบ่งขนมให้ โก๊ะบอกกับคนอื่นๆว่าจะเก็บเอาไปกินที่บ้าน เด็กโก๊ะรู้จักการวางแผนทั้งที่มีวัยเพียงห้าขวบ ที่สำคัญเด็กโก๊ะไม่ได้ถูกเลี้ยงดูแบบประคบประหงม โก๊ะเล่นอยู่กับกองดินกองทราย ถูกเลี้ยงแบบให้ช่วยเหลือตัวเอง ฉะนั้นโก๊ะจึงแข็งแรงมีน้ำอดน้ำทนมากกว่าเด็กๆที่เป็นลูกหลานของผู้มีอันจะกินแถวนั้น หากพ่อกับแม่ของโก๊ะเห็นความสำคัญเรื่องการศึกษาของโก๊ะ และโก๊ะยังคงใฝ่ดีต่อไป ผู้เขียนเชื่อว่าโก๊ะจะต้องประสบความสำเร็จในวันข้างหน้าแน่นอน อีกไม่กี่วันผู้เขียนก็จะต้องไปทำงาน โรงเรียนของโก๊ะก็จะเปิดเทอมเช่นกัน และเมื่องานเสร็จ คนงานก่อสร้างก็จะย้ายไปทำงานที่อื่น ผู้เขียนได้แต่บอกพี่สาวว่า ให้พ่อหรือแม่ของโก๊ะจดที่อยู่ของเราไป วันข้างหน้าหากโก๊ะมีปัญหาเรื่องเรียนจะได้ติดต่อกลับมา โชคดีนะโก๊ะ!

 

PostHeaderIcon ความสุขมีจริงหรือ?

                                                    ความสุขมีจริงหรือ?

                                                                                                                  ศ.สมุทรสงคราม

                ขึ้นชื่อว่าความสุข ใครๆก็อยากมีอยากได้  ในโลกของโลกียะ ความสุขล้วนได้มาจากสิ่งบำรุงบำเรอตนเอง สิ่งที่พอกพูนกิเลส ตัณหา ความอยากมี อยากเป็น ไม่อยากมี ไม่อยากเป็นให้ทับทวีมากขึ้น เช่น อยากมีที่พักอาศัยที่ใหญ่โตกว้างขวางกว่าเดิม  อยากสวย รวย เด่น ดัง ในสังคม ไม่อยากเป็นลูกน้องใคร ไม่อยากมีตำแหน่งเล็ก อยากเป็นใหญ่ในที่ทำงาน ฯลฯ เมื่อสมหวังก็มีความสุข  ไม่สมหวังก็มีความทุกข์ แต่ในโลกของโลกุตระ ผู้ทรงคุณความรู้กล่าวว่า ความสุขที่แท้จริงคือความทุกข์น้อย และไม่มีความสุขใดจะเทียบได้กับความสุขอันเกิดจากความสงบ  รวมความว่าความสุขที่แท้จริงในโลกนี้ไม่มี เราผู้เป็นปุถุชนคนธรรมดาหลงละเมอไปเองว่า ความรู้สึกอย่างนี้ ความรู้สึกอย่างนั้นเรียกว่าความสุข แท้จริงสิ่งที่เราประสบคือความทุกข์ในระดับต่างๆกัน ตามระดับของความรู้สึกที่เกิดขึ้น ซึ่งหากเราควบคุมเอาไว้ได้ ความทุกข์ที่เกิดก็น้อยลง เช่น บิดา- มารดาเสียชีวิต หากเราคิดได้ว่า การเกิด- ดับเป็นธรรมชาติที่ใครๆก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ เราก็จะเป็นทุกข์น้อยกว่าผู้ที่คอยแต่จะคิดและพร่ำรำพันว่าบิดา- มารดายังไม่สมควรเสียชีวิต  เนื่องจากยังแข็งแรง น่าจะอยู่ไปจนถึงเวลาที่บวชลูก- หลาน เป็นต้น ดังนั้นถ้าอยากจะพบกับความสุข ก็จงเร่งหาความสงบเถิด

                วิธีใดจะยังให้พบกับความสุขอันเกิดจากความสงบได้? วิธีง่ายๆก็คงต้องหาโอกาสไปอยู่ในที่เงียบท่ามกลางธรรมชาติ หรือไปวัดนมัสการพระ ทำบุญ เพื่อทำใจให้เยือกเย็นลง ต่อเมื่อเริ่มทำใจให้สงบได้บ้างก็ลองสวดมนต์ไหว้พระให้เป็นกิจนิสัย จากนั้นก็ฝึกทำสมาธิหลังจากสวดมนต์ครั้งละห้านาที  และค่อยๆ เพิ่มเป็นสิบนาทีหรือมากกว่านั้น (จะใช้วิธีนับ หรือภาวนาคำใดก็แล้วแต่จะถนัดหรือจริต ) ถ้าสามารถทำได้ จิตใจก็จะดื่มด่ำรับรสแห่งความสงบสบายใจ ในเรื่องของการทำสมาธิ มีผู้เปรียบเปรยไว้น่าสนใจว่า ทุกๆวันเราต้องอาบน้ำ ชำระล้างทำความสะอาดร่างกายฉันใด การทำสมาธิก็เหมือนกับการทำความสะอาดชำระล้างจิตใจฉันนั้น

                ยามใดที่ได้อาบน้ำ เราจะรู้สึกสดชื่นสบายตัว การทำสมาธิก็ก่อให้เกิดความรู้สึกเช่นนั้นต่อจิตใจเช่นเดียวกัน เอวัง!